สาระน่ารู้เกี่ยวกีบการเอาตัวรอดจากไฟไหม้

โจรปล้น 10 ครั้ง ไม่เท่ากับไฟไหม้เพียงครั้งเดียว คำพังเพยโบราณที่ยังสามารถนำมาใช้ได้ในปัจจุบัน เพราะของชิ้นใหญ่หรือแม้แต่ตัวบ้าน โจรไม่อาจขนหรือขโมยไปได้ แต่ถ้าเปลวไฟได้ลุกลามแล้วล่ะก็ แม้กระทั่งบ้านก็ไม่มีเหลือ สาเหตุของการเกิดอัคคีภัยสามารถเกิดได้ทั้งความตั้งใจ และไม่ตั้งใจ แต่มีเพียงคำถามเดียวเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว ทำอย่างไรจึงจะสามารถเอาชีวิตรอดไปได้…

การเอาตัวรอดจากไฟไหม้

ควันไฟจากเพลิงไหม้นั้น สามารถเอาชีวิตเราไปได้ยิ่งกว่ามัจจุราชมาตามเก็บ แค่ในเวลา 1 วินาที ควันไฟลอยสูงขึ้นไปได้ถึง 3 เมตร ภายใน 1 นาที ควันไฟลอยเท่ากับตึก 60 ชั้น เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ควันไฟจะโอบล้อมรอบตัวเราอย่างรวดเร็ว ทำให้คนส่วนใหญ่เสียชีวิตเพราะสำลักควันไฟมากกว่าโดนไฟไหม้เสียอีก

  • อันดับแรกของการรอดชีวิต คือ การตั้งสติ เพราะสติเครื่องคุ้มภัยที่ดีที่สุด ถ้าคุณปราศจากสติแล้วสิ่งที่รออยู่ตรงหน้าก็คือความตาย
  • นำผ้าชุบน้ำมาปิดจมูกและปาก หรือถ้ามีถุงพลาสติกใสขนาดใหญ่ให้เก็บอากาศบริสุทธิ์พร้อมนำมาครอบหัว และผูกหูหิ้วไว้ใต้คาง เพื่อไม่ให้สูดดมควันไฟเข้าสู่ร่างกาย
  • คลานต่ำให้ใกล้กับระดับพื้นมากที่สุด เพราะอากาศบริสุทธิ์จะอยู่เหนือพื้นไม่เกินเพียง 1 ฟุต รีบคลานเพื่ออพยพไปยังประตูทางออกฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุด
  • ใช้บันไดหนีไฟดีที่สุด เพราะมันมีช่องระบายอากาศ ช่วยระบายการสูดดมควันไฟเข้าสู่ร่างกายไปได้
  • อย่าบันไดภายในอาคารหนีไฟ เนื่องจากบันไดมีลักษณะเป็นปล่อง ส่งผลให้ควันไฟรวมทั้งเปลวเพลิงลอยตัวขึ้นมาปกคลุม อันตรายมาก
  • อย่าใช้ลิฟต์ในการหนีไฟ เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ไฟฟ้าจะดับ ทำให้คุณติดค้างอยู่ภายในลิฟต์ จนกระทั่งขาดอากาศและเสียชีวิตในที่สุด
  • ไม่หนีเข้าไปอยู่ในจุดอับของอาคาร เช่น ห้องใต้ดิน เนื่องจากยากต่อการเข้าช่วยเหลือ
  • ไม่หนีเข้าไปอยู่ในห้องน้ำ เนื่องจากปริมาณของน้ำไม่เพียงพอต่อการดับไฟอย่างแน่นอน มีแต่จะถูกไฟคลอกเสียชีวิตเท่านั้น
  • ไม่ขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าของอาคาร เนื่องจากไฟจะลุกลามจากชั้นล่างขึ้นสู่ชั้นบน แต่สามารถหนีได้ในกรณีที่ไม่มีทางเลือกเหลืออยู่แล้วจริงๆ
  • ถ้าไฟลุกลามติดเสื้อผ้า ให้รีบถอดเสื้อผ้าหรือรีบลงไปนอนราบกับพื้นพร้อมกลิ้งตัวไปมาเพื่อให้ไฟดับ อย่าวิ่งเด็ดขาด เนื่องจากไฟจะลุกลามเร็วขึ้นเท่านั้น
  • ถ้าคุณติดอยู่ในอาคาร ให้รีบโทรศัพท์เพื่อแจ้งเหตุ หรือส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือให้คนภายนอกอาคารได้รับรู้ เช่น เป่านกหวีด เป็นต้น