Citizens' Duty

หลักสำคัญพื้นฐานสำหรับการเป็นพลเมืองที่ดี

จริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม

ศึลธรรมถือว่าเป็นหลักพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของการเป็นคน เพราะเมื่อไรแล้วที่เราไม่มี จริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม เราจะขาดความยับยั้งชั่งใจ ประพฤติตัวในทางที่ไม่ดี ดังนั้นคุณสมบัติแรกของการเป็นพลเมืองที่ดีอันดับแรกก็คือการเป็นคนที่มี จริยธรรม

ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

สำหรับประเทศที่มีระบอบการปกครองด้วยพระมหากษัตริย์ เป็นแหล่งรวมใจ ดังนั้นด้วยจิตสำนึกแล้วการเคารพ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั้นจึงเป็นพื้นฐานขั้นแรกที่ควรมี หนึ่งก็ครัก ชาติ สองคืออยู่ในศึลธรรมประพฤติตัวเป็นคนดี และที่สำคัญที่สุดก็คือรักในผู้ปกครองของตัวเอง

ปฏิบัติตามกฎหมาย

กฎหมาย คือสิ่งที่มนุษย์นั้นสร้างขึ้นเพื่อเป็นบรรทัดฐานให้กับคนหมู่มากที่อาศัยอยู่ร่วมกันนั้นใช้ชีวิต ไปในทิศทางเดียวกัน ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น หากที่ไดไร้ซึ่งกฏหมายแล้ว ความวุ่นวาย แตกแยก และอาชญากรรมย่อมจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นการ ปฏิบัติตามกฎหมายคือหน้าที่

About Citizens

About Citizens

พลเมืองคือคำจัดกัดความของบุคคลซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐใดรัฐหนึ่ง ซึ่งมีสิทธิชอบตามกฏหมาย ซึ่งเรียกว่านิติบุคคุล การได้รับสิทธิพลเมืองนั้นมีการถือสิทธิในหลายความหมายอาทิ การถือสัญชาติตั้งแต่กำเนิด , การขอสัญชาติผ่านกฎหมาย หรือการขอลี้ถัยโดยขอบตามกฏหมายนั่นเอง การเป็นพลเมืองนั้นตมีกฏหมายซึ่งบัญญัติไว้เป็นบรรทัศฐานเพื่อให้คนหมู่มากอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไร้ซึ่งความวุ่นวาย ดังนั้นพลเมืองทุกคนจึงต้องปฏบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด มีพร้อมทั้ง จริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม เชื่อมั่นในศาสนา และรักเคารพในผู้ที่ปกครอง และที่สำคัญที่สุดก็คือการมีจิตอาสาคอยช่วยเหลือผู้อื่น นี่คือการทำหน้าที่เป็นพลเมืองดี

Main institute

สามสถาบันหลัก ซึ่งเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชาติ
สถาบันชาติ
สถาบันชาติ
สถาบันศาสนา
สถาบันศาสนา
สถาบันพระมหากษัตริย์
สถาบันพระมหากษัตริย์

Sample citizens

พลเมืองตัวอย่างที่เสียสละตัวเองเพื่อประเทศ

"มีใจซื่อถือคำสัตย์ สุจริต เอื้อเฟื้อจิตอันเมตตาประดาผล มองประโยชน์ส่วนรวมกว่าส่วนตน ยึดมงคลนำชีวิตชิด คุณธรรม"

Latest news

  • มาดูสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับหลังเกษียณอายุราชการ

    สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับหลังเกษียณอายุราชการ การเกษียณอายุราชการ หลายๆคนอาจเคยได้ยินกับคำนี้ แต่เมื่อจากราชการในกรณีที่เกษียณอายุราชการ ไปแล้วละเราจะได้สิทธิประโยชน์อะไรในการตอบแทนบ้าง  “เจ้าหน้าที่ของภาครัฐ” ในทุกตำแหน่งนั้น มีกฎหมายกำหนดการเกษียณอายุราชการไว้เป็นการเฉพาะ  โดยได้ถูกกำหนดไว้ในมาตรา 19 ของพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ พ.ศ.2494 ที่ได้กำหนดเอาไว้ว่า “ข้าราชการซึ่งมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ แล้วเป็นอันพ้นจากราชการ เมื่อสิ้นปีงบประมาณที่ข้าราชการนั้นมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์” โดยทั่วไปแล้วคนทั่วไปจะเรียกข้าราชการที่เกษียณอายุราชการไปแล้วว่า “ข้าราชการบำนาญ” ในภาษากฎหมายนั้นจะใช้คำว่า “ผู้รับบำนาญ” จะได้รับค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ต่างๆจากทางราชการหลายอย่างด้วยกัน เพื่อเป็นการตอบแทนที่ทำงานกับราชการมาจวบจนเกษียณอายุของการทำงาน เพื่อให้มีความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีหลังเกษียณนั้น ทางราชการจึงได้ให้ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ต่างๆกับผู้เกษียณราชการ เงินบำเหน็จบำนาญสำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก กบข. สำหรับผู้ที่รับบำนาญนั้น ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ หรือ กบช. ตามพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 หรือเคยเป็นสมาชิก กบข. มีสิทธิและสามารถที่จะเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญได้ จะได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรได้ถูกกำหนดไว้ว่าเป็นเงินที่ทางราชการนั้นได้ทำการช่วยเหลือเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการศึกษาสำหรับบุตรของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ หรือผู้ที่ได้รับบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการโดยที่จะมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้ -บุตรโดยชอบตามกฎหมาย ซึ่งมีอายุครบ 3 ปีแต่ไม่เกิน 25 ปี สามารถที่จะช่วยเหลือเกี่ยวกับเงินการศึกษา  ของบุตรได้ไม่เกิน  3  คน -สถานศึกษาที่บุตรเข้าเรียนและสามารถที่จะใช้สิทธิ์ได้เท่านั้น -เงินที่จ่ายไปนั้นสามารถนำมาใช้สิทธิ์ในการเบิกคืนได้Read more about มาดูสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับหลังเกษียณอายุราชการ[…]

    Read more มาดูสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับหลังเกษียณอายุราชการ

    สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน

    กฎหมายถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากของทุกคน เพราะมันจะทำให้เราทราบว่าสิ่งใดทำได้ สิ่งใดทำไม่ได้ อีกทั้งกฎหมายเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับทุกอาชีพในสังคม ตั้งแต่ชั้นแรงงานจนถึงชั้นออกนโยบาย แต่เราจะมาว่ากันเรื่องชั้นแรงงานที่แม้ว่าจะต้องทำงานหนักแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่ต้องรู้นอกจากความสามารถเรื่องงานแล้วนั่นก็คือ กฎหมายแรงงานเพื่อจะได้รู้เท่าทันนายจ้างและไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจนเกินไป     กฎหมายแรงงานเรื่องเวลาทำงาน การทำงานมีการกำหนดตัวบทกฎหมายเอาไว้ชัดเจนว่า นายจ้างจะสามารถกำหนดระยะเวลาการทำงานของลูกจ้างได้เท่าไร ซึ่งตัวกฎหมายบอกว่า ลูกจ้างจะต้องทำงานไม่เกิน 6 วันต่อสัปดาห์ วันละ 8 ชั่วโมง แต่ว่าถ้าหากมีวันที่ทำงานน้อยกว่า 8 ชั่วโมง ให้เวลาน้อยกว่าไปทบกับวันอื่นได้ แต่ไม่เกิน 9 ชั่วโมง ส่วนเรื่องวันทำงานจะต้องมีการพักระหว่างวันทำงานไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน แต่การกำหนดเวลาทำงานมีเงื่อนไขพิเศษอยู่ตรงที่สาขาวิชาชีพ หากเป็นเฉพาะทางเวลาทำงานจะไม่เหมือนกัน กฎหมายแรงงานกำหนดเอาไว้ว่า หากเป็นงานที่อันตรายต่อสุขภาพ จะทำได้ไม่เกิน  7 ชั่วโมงต่อวัน งานสายปิโตรเคมีทำได้ไม่เกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน และ งานภาคขนส่งทางบก หากเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับผู้ขับขี่ยานพาหนะ ต้องพักอย่างน้อย 10 ชั่วโมงหลังจากขับขี่งานครั้งสุดท้าย กฎหมายแรงงานเรื่องวันลา การทำงานไม่ว่าจะเป็นงานอะไร หรือ ใครก็ตาม เป็นเรื่องปกติมากที่จะต้องมีการลาทั้งลาป่วย ลากิจ และลาคลอด ลูกจ้างจะต้องรู้และเข้าใจสิทธิ์ของตัวเองในการลาด้วย เพื่อปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องRead more about สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน[…]

    Read more สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับกฎหมายแรงงาน
  • ขับรถบนท้องถนนควรรู้กฎอะไรบ้าง

    วินัยจราจร สะท้อนวินัยชาติ ถือว่าเป็นคำขวัญที่อาจจะดูเก่าแก่แต่มันก็เป็นวลีที่สะท้อนความจริงได้อย่างหนึ่งเหมือนกัน ประเทศไทยเราต้องยอมรับกันตามตรงว่าเป็นประเทศที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนท้องถนนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากวินัยในการขับขี่ที่ไม่ได้จริงจังมากนัก แต่อีกหนึ่งอย่างก็อาจจะเกิดขึ้นจากความไม่รู้ หรือ ลืม ไม่ได้สนใจกฎหมายจราจรสักเท่าไร เรามาทบทวนกฎหมายจราจรที่อาจจะเคยสอบตอนทำใบขับขี่แล้วลืมไปกันสักหน่อยมีอะไรบ้าง     ไฟจราจร กฎหมายข้อแรก เราขอกลับไปทบทวนในจุดเริ่มต้นแรกของคนขับรถทุกคนรู้กันดีตามตัวหนังสือ แต่ปฏิบัติจริงกลับลืมกันไปเยอะ นั่นก็คือ ไฟจราจร เรารู้กันดีว่า ไฟจราจรมีสามสี สีเขียว หมายถึงผ่านไปได้ สีแดงหมายถึงหยุด แต่สีเหลืองนี่สิ เราเข้าใจกันว่า ไฟเหลืองคือเตรียมที่จะต้องหยุด ต้องชะลอให้พอดีกับเส้น เพื่อไม่ให้เลยข้ามไป เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุจากรถอีกทางที่พุ่งออกมาก่อนได้ แต่ความจริงพอเป็นไฟเหลือง บางคนก็เร่งให้ผ่านมันก่อนจะแดง บางคนพอเหลืองก็เร่งออกไปก่อนจะเขียว ปรากฏว่าตูม ชนกันกลางสี่แยก เสียเวลาไปอีก คงจะดีหากเราปรับแนวคิดใหม่เกี่ยวกับไฟเหลือง อัตราความเร็ว เรื่องต่อไปที่เราอาจจะทำผิดกันไม่รู้ตัว เป็นเรื่องอัตราความเร็วที่เดี๋ยวนี้คนขับรถกันเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็น มอเตอร์ไซค์, รถยนต์ หรือแม้แต่รถบรรทุกก็ตามที แต่ว่าที่หยิบเรื่องนี้มาพูดก็เพราะว่าตอนนี้ได้มีการปรับข้อห้ามอัตราความเร็วใหม่แล้วจากสภาพรถใช้งานที่ดีมากขึ้น อัตราความเร็วใหม่ก็คือ รถบรรทุกน้ำหนักไม่เกิน 2,200 กิโลกรัม หรือ รถโดยสารเกิน 15 คน สามารถใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 90 กม./ชม.Read more about ขับรถบนท้องถนนควรรู้กฎอะไรบ้าง[…]

    Read more ขับรถบนท้องถนนควรรู้กฎอะไรบ้าง